- หน้าแรก
- เครื่องมือคำนวณฟรี
- โปรแกรมคำนวณค่าน้ำมัน คิดค่าน้ำมันต่อวัน ต่อเดือ…
เครื่องมือคำนวณฟรี · ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร
โปรแกรมคำนวณค่าน้ำมัน คิดค่าน้ำมันต่อวัน ต่อเดือน แม่นทันที
ค่าน้ำมันเป็นต้นทุนรายวันที่ใหญ่ที่สุดของทั้งคนขับรถและธุรกิจที่มีรถใช้งาน แต่หลายคนประเมินผิดเพราะคิดจากยอดเติมครั้งล่าสุดแทนที่จะคิดจากตัวเลขจริงของรถ โปรแกรมคำนวณค่าน้ำมันตัวนี้ให้กรอกระยะทางที่วิ่งต่อวัน อัตราสิ้นเปลืองจริง ราคาน้ำมันต่อลิตร และจำนวนวันที่วิ่งงานต่อเดือน แล้วคำนวณค่าน้ำมันต่อวัน ต่อเดือน และต่อปีให้ทันที พร้อมดูภาพเงินที่ประหยัดได้ถ้าลดการสิ้นเปลืองลง 10% ใครก็ใช้ได้ตั้งแต่ประเมินค่าน้ำมันต่อเที่ยวของรถส่วนตัว ไปจนถึงเจ้าของฟลีทรถบรรทุกที่ต้องตั้งงบค่าน้ำมันรายเดือนของทั้งกองรถ
คำนวณค่าน้ำมันต่อวัน ต่อเดือน
ใช้อัตราสิ้นเปลืองจริงของรถคุณเพื่อผลที่แม่นที่สุด — คำนวณทันทีในเครื่องของคุณ
ค่าอ้างอิงที่พบทั่วไป
- มอเตอร์ไซค์ทั่วไป
- 30 - 45 กม./ลิตร
- รถเก๋งเล็ก/อีโค่คาร์
- 15 - 25 กม./ลิตร
- ปิคอัพ/รถตู้
- 9 - 14 กม./ลิตร
- รถบรรทุก 4-6 ล้อ
- 7 - 10 กม./ลิตร
- รถบรรทุก 10 ล้อ/รถพ่วง
- 3.5 - 6 กม./ลิตร
ค่าน้ำมันต่อเดือน
21,450บาท
วิ่ง 26 วันต่อเดือน
- น้ำมันที่ใช้ต่อวันต่อวันที่วิ่งงาน
- 25ลิตร
- ค่าน้ำมันต่อวันจาก 200.0 กม.ต่อวัน
- 825บาท
- ค่าน้ำมันต่อปี× 12 เดือน
- 257,400บาท
- ประหยัดได้ต่อปี ถ้าลดสิ้นเปลือง 10%จากการวางแผนเส้นทาง บำรุงรักษา และคุมการเติม
- 25,740บาท
ตัวเลขเป็นการประมาณการจากการวิ่งเฉลี่ย ค่าใช้จ่ายจริงอาจสูงกว่าเมื่อรวมการจราจรติดขัด แอร์เปิดนาน สภาพถนน และอายุเครื่องยนต์ ควรเทียบกับยอดเติมจริงย้อนหลัง 2-3 เดือนเพื่อปรับอัตราสิ้นเปลืองให้ตรงกับรถของคุณ
สูตรคำนวณค่าน้ำมันที่โปรแกรมนี้ใช้
สูตรคำนวณค่าน้ำมันพื้นฐานคือ ค่าน้ำมัน = (ระยะทาง ÷ อัตราสิ้นเปลือง) × ราคาต่อลิตร เช่น วิ่ง 200 กม.ต่อวัน รถสิ้นเปลือง 8 กม./ลิตร จะใช้น้ำมัน 25 ลิตร คูณราคา 33 บาท เท่ากับค่าน้ำมัน 825 บาทต่อวัน จากนั้นคูณด้วยจำนวนวันที่วิ่งงานต่อเดือน เช่น 26 วัน จะได้ 21,450 บาทต่อเดือน และคูณ 12 เพื่อดูภาพรายปีที่ 257,400 บาท วิธีคิดนี้เป็นสูตรเดียวกับที่ธุรกิจขนส่งใช้ตั้งงบค่าน้ำมันต่อคันและต่อเส้นทาง
จุดที่ต้องใส่ใจที่สุดของสูตรนี้คืออัตราสิ้นเปลือง เพราะรถคันเดียวกันสิ้นเปลืองต่างกันได้เกือบเท่าตัวระหว่างวิ่งทางไกลกับวิ่งในเมือง หรือขับเองกับมีสินค้าบรรทุกเต็มคัน ถ้าต้องการตัวเลขแม่นยำควรใช้อัตราสิ้นเปลืองจริงที่วัดจากการเติมน้ำมันจริง 2-3 รอบ แล้วค่อยนำมาคำนวณ แทนที่จะใช้เลขในโบรชัวร์รถซึ่งวัดในสภาพทดสอบที่เอื้ออำนวยกว่าหน้างานจริง
ทำไมค่าน้ำมันจริงมักสูงกว่าที่คำนวณ
เหตุผลหลักคือปัจจัยหน้างานที่สูตรคำนวณไม่รวมอยู่ในตัว เช่น การจอดติดไฟแดงนานที่เครื่องยังทำงาน การเปิดแอร์ตลอดเส้นทาง สภาพถนนลาดชัน ยางลมไม่พอ ของบรรทุกหนัก และสภาพเครื่องยนต์ที่ยังไม่ได้บำรุงรักษา ปัจจัยเหล่านี้รวมกันทำให้การสิ้นเปลืองจริงสูงกว่าค่าที่คอมพิวเตอร์รถแสดงได้ 10-20% โดยเฉพาะรถที่วิ่งในเมืองเป็นหลัก ผู้บริหารฟลีทจึงควรเผื่องบค่าน้ำมันไว้ราว 5-10% เหนือตัวเลขที่คำนวณได้
วิธีวัดอัตราสิ้นเปลืองจริงของรถแต่ละคันทำได้ง่าย ๆ คือเติมน้ำมันให้เต็มถัง จดเลขไมล์/กิโลเมตรไว้ แล้ววิ่งตามปกติจนถึงรอบเติมถัดไป ครั้งถัดไปเติมเต็มอีกครั้งแล้วจดจำนวนลิตรที่ใส่ลงไป เอาลิตรที่ใส่หารด้วยกิโลเมตรที่วิ่งระหว่างสองรอบการเติม จะได้อัตราสิ้นเปลืองจริงของคันนั้น ทำซ้ำ 2-3 รอบแล้วเฉลี่ยกันจะได้ตัวเลขที่เชื่อถือได้พอสำหรับตั้งงบและเทียบหาคันที่กินน้ำมันผิดปกติ
ธุรกิจที่มีรถหลายคัน จัดการค่าน้ำมันอย่างไรให้อยู่ในกรอบ
เมื่อมีรถมากกว่า 3-4 คัน การปล่อยให้พนักงานเติมเงินสดแล้วเบิกทีหลังจะเริ่มตามไม่ทัน ทั้งยอดเติมต่อคัน ระยะทางที่วิ่งจริง และความสอดคล้องระหว่างสลิปกับเส้นทาง ธุรกิจฟลีทส่วนใหญ่จึงย้ายมาใช้ระบบบัตรเติมน้ำมันหรือระบบสมาชิกที่กำหนดลิมิตการเติมต่อวันต่อคัน บันทึกทุกธุรกรรมเข้าแดชบอร์ด และรายงานยอดเติมรวมเดือนละครั้ง ทำให้เห็นทันทีว่าคันไหนหรือเส้นทางไหนค่าน้ำมันผิดปกติ และตั้งงบรายเดือนได้แม่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
สำหรับเจ้าของปั๊มน้ำมัน กลุ่มรถฟลีทที่วิ่งผ่านหน้าปั๊มทุกวันคือลูกค้ายอดขายมั่นคงที่หลายปั๊มมองข้าม การเปิดระบบสมาชิกหรือบัตรเติมเงินสำหรับกองรถในย่านบริการ ช่วยดึงยอดขายประจำเข้าปั๊มและทำให้พยากรณ์ยอดขายแม่นขึ้น ขณะเดียวกันระบบ POS ที่บันทึกยอดขายรายกลุ่มลูกค้าจะบอกได้ว่ากลุ่มฟลีทสร้างยอดเท่าไรต่อเดือน จึงออกสิทธิพิเศษให้ถูกกลุ่มและถูกต้นทุน
คำถามที่พบบ่อย
อยากแก้ปัญหาจริงด้วยระบบจริง? ปรึกษาฟรี
ทีมงานพร้อมประเมินหน้างานของปั๊มคุณ คำนวณตัวเลขจริงให้ดูหน้างาน พร้อมเสนอแผนที่เหมาะสมที่สุด โดยไม่มีภาระผูกพัน